
รักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง? ใช้เวลานานไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนรักษา
หลายคนที่กำลังมีอาการปวดฟันหรือได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์ให้ “รักษารากฟัน” มักมีคำถามสำคัญเหมือนกันว่า รักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง ใช้เวลานานไหม หรือจำเป็นต้องมาพบทันตแพทย์หลายรอบหรือเปล่า เพราะหลายคนกังวลเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย รวมถึงความเจ็บระหว่างรักษา ในความเป็นจริง จำนวนครั้งในการรักษารากฟันไม่ได้เท่ากันทุกคน เนื่องจากขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฟัน ความซับซ้อนของคลองรากฟัน และระดับการติดเชื้อของแต่ละเคส บางคนอาจรักษาเพียง 1-2 ครั้งก็เสร็จ แต่บางกรณีอาจต้องใช้เวลาหลายครั้งเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดโอกาสกลับมาอักเสบซ้ำ
รักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง
โดยทั่วไป การรักษารากฟันจะใช้เวลาประมาณ 1-4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับลักษณะของฟันและความรุนแรงของการติดเชื้อ
จำนวนครั้งที่พบบ่อย ได้แก่
- ฟันหน้า มักใช้ประมาณ 1-2 ครั้ง
- ฟันกรามน้อย ประมาณ 2-3 ครั้ง
- ฟันกรามใหญ่ อาจใช้ 3-4 ครั้ง
สาเหตุที่ฟันกรามใช้เวลามากกว่า เพราะมีจำนวนคลองรากฟันหลายรากและมีโครงสร้างซับซ้อนกว่าฟันหน้า ทำให้ต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดและอุดรากฟันมากขึ้น ในบางกรณี หากมีหนองหรือการอักเสบรุนแรง ทันตแพทย์อาจใส่ยาฆ่าเชื้อไว้ก่อน แล้วนัดกลับมารักษาต่อในครั้งถัดไป เพื่อให้การติดเชื้อลดลงก่อนอุดรากฟันถาวร
ปัจจัยที่ทำให้จำนวนครั้งในการรักษาแตกต่างกัน
ตำแหน่งของฟัน
ฟันแต่ละตำแหน่งมีลักษณะรากฟันแตกต่างกัน ฟันหน้ามักมีรากเดียวและรักษาง่ายกว่า ส่วนฟันกรามมีหลายรากและคลองรากฟันซับซ้อน จึงใช้เวลานานกว่า
ระดับการติดเชื้อ
หากฟันมีการอักเสบมาก มีหนอง หรือปล่อยทิ้งไว้นาน อาจต้องใช้เวลาทำความสะอาดหลายครั้ง เพื่อลดการติดเชื้อให้หมดก่อนอุดรากฟัน
ความซับซ้อนของคลองรากฟัน
บางคนมีคลองรากฟันที่คด แคบ หรือแตกแขนงมากกว่าปกติ ทำให้ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางและใช้เวลาในการรักษานานขึ้น
ประวัติการรักษาเดิม
กรณีที่เคยรักษารากฟันมาก่อนแล้วเกิดการอักเสบซ้ำ การรักษาซ้ำมักใช้เวลามากกว่าเคสทั่วไป เพราะต้องรื้อวัสดุเดิมออกและทำความสะอาดใหม่ทั้งหมด
รักษารากฟันแต่ละครั้งทำอะไรบ้าง
ครั้งแรก: ตรวจและกำจัดการติดเชื้อ
ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟัน ถ่ายเอกซเรย์ และเริ่มทำความสะอาดคลองรากฟัน พร้อมกำจัดเนื้อเยื่อประสาทฟันที่ติดเชื้อออกในบางกรณีอาจใส่ยาฆ่าเชื้อไว้ชั่วคราวก่อนนัดครั้งถัดไป
ครั้งต่อไป: ทำความสะอาดเพิ่มเติมและอุดรากฟัน
หากการติดเชื้อลดลงแล้ว ทันตแพทย์จะทำความสะอาดคลองรากฟันเพิ่มเติม ก่อนอุดปิดคลองรากฟันด้วยวัสดุเฉพาะทางขั้นตอนนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียกลับเข้าไปในรากฟันอีก
ขั้นตอนสุดท้าย: บูรณะฟัน
หลังรักษารากฟันเสร็จ อาจต้องอุดฟันหรือครอบฟันเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ฟันและช่วยให้ใช้งานได้ตามปกติโดยเฉพาะฟันกรามที่ต้องรับแรงบดเคี้ยวสูง ทันตแพทย์มักแนะนำให้ครอบฟันเพื่อลดความเสี่ยงฟันแตกในอนาคต
รักษารากฟันใช้เวลานานไหม
อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนค้นหาคือ “รักษารากฟันใช้เวลานานไหม” โดยทั่วไปแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 45-90 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคสและตำแหน่งของฟัน หากเป็นฟันหน้าที่มีรากไม่ซับซ้อน อาจใช้เวลาสั้นกว่า แต่หากเป็นฟันกรามหรือมีการติดเชื้อรุนแรง อาจใช้เวลานานขึ้น
รักษารากฟันเจ็บไหม
ปัจจุบันการรักษารากฟันมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ ทำให้ระหว่างรักษาแทบไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีเพียงความรู้สึกตึงหรือเมื่อยบริเวณที่รักษา หลังทำเสร็จ อาจมีอาการปวดหรือระบมเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
หากขาดนัดรักษารากฟันจะเป็นอะไรไหม
การรักษารากฟันควรทำต่อเนื่องตามแผนที่ทันตแพทย์กำหนด เพราะหากเว้นช่วงนานเกินไป อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียกลับเข้าไปในคลองรากฟัน และเกิดการอักเสบซ้ำได้ หากไม่สามารถมาตามนัด ควรแจ้งคลินิกเพื่อเลื่อนนัดและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการรักษารากฟัน
1. ทำไมบางคนรักษารากฟันครั้งเดียวจบ แต่บางคนต้องไปหลายครั้ง?
ขึ้นอยู่กับ "ความสะอาดภายในคลองรากฟัน" ทันตแพทย์จะพิจารณาจบเคสในครั้งเดียวหากฟันซี่นั้นไม่มีอาการปวด ไม่มีหนอง และคลองรากฟันแห้งสะอาดดี แต่ถ้าเคสที่มีการติดเชื้อรุนแรง มีหนอง หรือรากฟันคดเคี้ยวมาก ทันตแพทย์จำเป็นต้องล้างทำความสะอาดและใส่ยาฆ่าเชื้อทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ เพื่อความชัวร์ว่าเชื้อหมดจริงๆ ก่อนจะอุดปิดถาวร
2. รักษารากฟันเสร็จแล้ว ทำไมยังรู้สึกปวดหรือเสียวฟันอยู่?
เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 3-5 วันแรก เนื่องจากเนื้อเยื่อรอบปลายรากฟันยังมีการอักเสบหลงเหลืออยู่ หรืออาจเกิดจากการระบมจากการใช้เครื่องมือขยายคลองรากฟัน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง แต่ถ้าผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วยังมีอาการปวดรุนแรงหรือเหงือกบวม ควรกลับไปพบทันตแพทย์ทันที
3. รักษารากฟันแล้ว "ไม่ครอบฟัน" ได้ไหม?
ไม่แนะนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะฟันกราม ฟันที่รักษารากแล้วจะไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยง ทำให้เนื้อฟันเปราะและแตกง่ายเหมือนกิ่งไม้แห้ง หากนำไปบดเคี้ยวอาหารแข็งๆ ฟันอาจแตกจนถึงขั้นต้องถอนทิ้ง ซึ่งจะทำให้การรักษารากฟันที่ทำมาทั้งหมดเสียเปล่า การครอบฟันจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด
4. ระหว่างรักษารากฟัน (ช่วงที่ยังไม่จบเคส) สามารถกินอาหารได้ปกติไหม?
กินได้ แต่ต้อง "เลี่ยงการเคี้ยวในฝั่งที่รักษารากอยู่" เนื่องจากวัสดุอุดชั่วคราวที่ปิดไว้ไม่ได้แข็งแรงเท่าวัสดุอุดจริง หากเคี้ยวของแข็งอาจทำให้วัสดุหลุดหรือเนื้อฟันแตกได้ และควรระวังไม่ให้วัสดุอุดชั่วคราวหลุดหาย เพราะเชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปสะสมในคลองรากฟันได้อีกครั้ง
5. ถ้ารักษารากฟันไม่สำเร็จ (Failed Root Canal) จะเกิดจากอะไรได้บ้าง?
เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น คลองรากฟันมีความซับซ้อนมากจนเครื่องมือเข้าไปไม่ถึงจุดที่มีเชื้อ, มีรอยร้าวที่รากฟันที่เรามองไม่เห็นจากการเอกซเรย์ปกติ หรือการบูรณะฟัน (ครอบฟัน) ทำได้ไม่แนบสนิททำให้เชื้อกลับเข้าไปใหม่ หากเกิดกรณีนี้ ทันตแพทย์อาจพิจารณารักษารากฟันซ้ำ (Retreatment) หรือใช้การผ่าตัดปลายรากฟันร่วมด้วย
6. รักษารากฟันแพงไหม? คุ้มค่ากว่าการถอนแล้วใส่รากเทียมอย่างไร?
การรักษารากฟันมีค่าใช้จ่ายประมาณหลักพันถึงหมื่นต้นๆ (ขึ้นอยู่กับจำนวนราก) แม้ดูเหมือนสูงแต่ "คุ้มค่ากว่าการถอนฟัน" แน่นอน เพราะฟันธรรมชาติคือสิ่งที่ดีที่สุด หากถอนไปแล้วคุณต้องเสียเงินค่าทำรากฟันเทียมหรือสะพานฟันซึ่งมีราคาสูงกว่ามาก และการมีฟันจริงไว้ยังช่วยรักษาโครงสร้างกระดูกขากรรไกรให้คงรูปได้ดีกว่า
สรุปการรักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง
การรักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฟัน ความซับซ้อนของรากฟัน และระดับการติดเชื้อของแต่ละคน โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 1-4 ครั้ง เพื่อให้ทันตแพทย์สามารถกำจัดเชื้อโรคและอุดรากฟันได้อย่างสมบูรณ์ แม้หลายคนจะรู้สึกกังวลก่อนรักษา แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางทันตกรรมช่วยให้การรักษารากฟันมีความปลอดภัย เจ็บน้อย และช่วยเก็บฟันธรรมชาติไว้ใช้งานได้ในระยะยาว
หากคุณมีอาการปวดฟัน เสียวฟัน หรือฟันผุลึก ควรรีบเข้ารับการตรวจจากทันตแพทย์ เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องรักษารากฟันหรือไม่ ก่อนที่อาการจะลุกลามมากขึ้น
หากคุณมีอาการปวดฟัน เสียวฟัน หรือสงสัยว่าฟันผุลึกจนถึงโพรงประสาท ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจลุกลามจนสูญเสียฟันได้ในอนาคต My Dent Clinic พร้อมดูแลการรักษารากฟันโดยทีมทันตแพทย์ ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำ เจ็บน้อย และช่วยเก็บฟันธรรมชาติของคุณไว้ให้ใช้งานได้ยาวนาน
นัดตรวจประเมินอาการและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง